

การกระทำที่ผิดบิดเบือน ไม่จริงใจกับผู้บริโภค พฤติกรรมที่ไม่โปร่งใสที่ทำกันอย่างแพร่หลายในตลาดรถยนต์มือสอง แม้ว่าการกรอไมล์จะทำได้ค่อนข้างแนบเนียนในรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่ใช้ระบบดิจิทัล แต่ก็ยังมีจุดสังเกตที่สามารถช่วยให้ผู้ซื้อระมัดระวังได้
.
ตรวจสอบประวัติการเข้าศูนย์บริการ สามารถขอประวัติจากศูนย์บริการได้ ซึ่งจะแสดงเลขไมล์ ณ วันที่เข้ารับบริการแต่ละครั้ง หากเลขไมล์ปัจจุบันต่ำกว่าเลขไมล์ในประวัติที่ผ่านมา แสดงว่ามีการกรอไมล์แน่นอน
สภาพการสึกหรอของภายในรถ สังเกตสภาพการสึกหรอของเบาะที่นั่ง, พวงมาลัย, หัวเกียร์, แป้นเหยียบ (คันเร่ง/เบรก/คลัตช์) สภาพภายในสึกหรอมาก แต่ไมล์น้อย แสดงว่า...
สภาพภายนอกและยางรถยนต์ สภาพสีรถ, รอยบุบ, รอยขีดข่วน สังเกตรอบๆ แผงหน้าปัดหรือมาตรวัดระยะทางดิจิทัล หากมีรอยงัดแงะ, รอยแกะ, หรือฝุ่นเข้าไปด้านใน อาจเป็นสัญญาณ
ความผิดปกติของตัวเลขบนมาตรวัด (ในรถรุ่นเก่า) สำหรับมาตรวัดแบบอนาล็อก ให้สังเกตการเรียงตัวของตัวเลขว่ามีการเยื้องหรือเหลื่อมกันหรือไม่
การเปรียบเทียบกับปีที่ผลิตและการใช้งานเฉลี่ย โดยทั่วไป รถยนต์จะวิ่งเฉลี่ยประมาณ 15,000 - 25,000 กิโลเมตรต่อปี หากรถมีอายุ 5 ปี แต่เลขไมล์แสดงเพียง 50,000 กิโลเมตร อาจเป็นจุดที่ต้องสงสัย (เว้นแต่จะเป็นรถที่ใช้งานน้อยจริง ๆ)
เอกสารประกอบ ตรวจสอบเอกสารอื่นๆ เช่น ใบเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง, ใบรับรองการตรวจสภาพรถ (ตรอ.) ซึ่งอาจมีบันทึกเลขไมล์ไว้
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ หากไม่แน่ใจ ควรให้ช่างผู้เชี่ยวชาญหรือศูนย์บริการที่น่าเชื่อถือตรวจสอบอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจซื้อ
.
ผู้ซื้อที่ไม่มีประสบการณ์หรือความรู้เพียงพอ กลุ่มนี้ตกเป็นเหยื่อได้ง่ายที่สุด ดังนั้นจริงใจยูสคาาร์คือทางออก เพราะที่นี่ไม่ใช่รถเต๊นท์ มีรถให้เลือกมากกว่า 300 คัน เป็นรถปลดสัญญาเช่า ออกจากศูนย์ป้ายแดง เจ้าของมือเดียวทุกคัน เข้าศูนย์ทุกระยะ